posted on 01 Dec 2009 17:54 by m2mmiracle in M2M
posted on 18 Sep 2009 22:41 by m2mmiracle
วันนี้ เป็นวันที่นักศึกษารหัส 51 ของคณะสถาปัตย์บางมดจะได้รุ่น (กันซักที) แต่ขณะที่เขียนอยู่นี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะได้รุ่นมาจริงๆหรือเปล่า เพราะตัวเองก็ไม่ได้เข้าไปรับรุ่นเหมือนกัน คำถามที่อยากจะมาบอกเล่า มันไม่ได้อยู่ที่ว่า พวกเราได้รุ่นกันช้าไปไหม แต่มันอยู่ที่ว่า พวกเราเหมาะสมที่จะได้รุ่นกันจริงๆหรือเปล่า
หลายๆคนเคยพูดว่า คนเราไม่เหมือนกัน และ มีความจำเป็นต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่า คนเราจะยอมรับความจำเป็นของอีกคน และความเป็นตัวตนของคนคนนั้นได้มากน้อยแค่ไหน คำถามโลกแตกนี้แหละ ที่ทำให้รุ่นเรารุ่นนี้ ได้รุ่นล่าช้ามาโดยตลอด และแน่นอนมันทำให้รุ่นเรามีเรื่องวิวาทผิดใจกันเรื่อยมา
หลายๆครั้งที่เราถามตัวเองว่า เรามาเรียนที่คณะเพื่ออะไร กิจกรรมหรือว่าอนาคต แต่ก็คิดว่าเสมอว่า ปริญญาทำให้คนได้งานทำ กิจกรรมทำให้คนทำงานเป็น แต่กิจกรรมมันช่วยให้อะไรๆดีขึ้นจริงๆหรือ ในเมื่อทุกๆคนกลับหวังกันแต่ ปริญญา ในความเป็นจริง ก็คือ ทุกคนย่อม "รักตัวเอง" มาก่อน ฉะนั้น เรื่องอะไรก็ตามที่เราเห็นว่า ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง มีหรือจะยอมสละเวลา
แน่นอนว่า หลายๆคน ที่เต็มใจที่จะสละเวลาเพื่อทำงานแทนทุกคนในรุ่น แต่คนเหล่านั้นก็ไม่สามารถหนีความจริงข้อนั้นพ้น ก็คือ "คนเราไม่เหมือนกัน" จะมีสักกี่คน ที่จะยอมสละเวลา ไปตลอด เพื่อคนที่ไม่เคยยอมสละเวลาให้รุ่นเลยไปทุกครั้ง ความอดทนของคนเราย่อมมีขีดจำกัด และมันก็ขึ้นอยู่กับเวลา ว่าใครจะอดทนใครได้นานซักแค่ไหนกัน แต่ก็แน่นอน มารยาททางสังคม คนเราจะไม่ยอมแสดงอาการไม่พอใจใครเมื่อยู่ต่อหน้า เพราะทุกคนถูกปลูกฝังกันมาเสมอ ว่าทุกคนก็เพื่อนกัน และให้อภัยกันได้
ถ้าจำไม่ผิดพลาด พวกเรามีเรื่องทะเลาะกันครั้งใหญ่ๆ ถึงขนาดต้องเรียกทั้งรุ่นมาคุยกัน ทั้งสิ้น 3 ครั้ง ละครคณะ 2 ครั้งตอนปีหนึ่ง และ ตอนปี 2 นี่อีกหนึ่งครั้ง ยังไม่รวมการทะเลาะในกลุ่มย่อยๆ ที่ก็ทำให้เกิดปัญหาใหญ่ๆได้เช่นกัน และทุกครั้งก็มีแต่ประเด็นเรื่องความรู้สึกน้อยใจ และไม่เข้าใจเพื่อนทั้งนั้น สาเหตุก็เดิมๆ คือ พวกเราไม่สามารถรวมกลุ่มกันได้ซักที แม้กระทั่งวันนี้ วันที่จะได้รับรุ่น เราก็เชื่อว่า เราก็ยังรวมกลุ่มกันไม่ได้ และทำให้เราไม่แน่ใจว่าวันนี้เราจะได้รุ่นกันจริงๆหรือเปล่า เพราะเราก็เชื่อว่า ตัวเราก็เป็นหนึ่งในตัวปัญหา ที่เพื่อนๆในรุ่นจับตามองอยู่
ฟังจากรุ่นพี่หลายๆคน ก็บอกกันว่า รุ่นเรา "แย่" เป็นคำสั้นๆง่ายๆ ที่ฟังแล้วเจ็บจัง แต่มันก็เป็นความจริง ที่หลายๆคนปฏิเสธทีี่จะยอมรับ ไม่สิ ไม่ใส่ใจจะยอมรับ เพราะ "มันก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของฉัน ใครที่ทำงานกัน ก็รับกันไป"
เราเอง เป็นตัวแทนของปัญหา เพราะเราเป็นคนที่ค่อนข้างตรง และเรา Fake ไม่เป็น ถ้าเราไม่ชอบ คือไม่ชอบ ชอบก็คือชอบ มันอาจจะแย่กับกับเข้าสังคม แต่เราไม่สามารถทรยศกับความรู้สึกของตัวเองได้ เท่าที่เรามองปัญหาของรุ่นเรามาตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะตั้งแต่ ละครจิมมี่ ค่ายติว ละครเรื่องล่มปากอ่าว การทะเลาะกันครั้งใหญ่ทั้งสามครั้ง ปัญหาจากวงในของกลองคณะรุ่นเรา ปัญหาจากกลุ่ม Dancing Club เราเอง และแน่นอนว่าเราขอบอกว่า คณะนี้ ไม่มีใครเลย ที่รักคณะอย่างจริงจัง ทุกคน "รักตัวเองกันทั้งนั้น" ที่นี่ รุ่นนี้ ไม่มีใครจริงใจต่อกัน ทุกคนสามารถยิ้มให้กันได้ แม้ว่าลับหลังจะเกลียดกันเข้าไส้แค่ไหน นินทาลับหลังกันอย่างเผ็ดร้อนและร้ายกาจแค่ไหน เมื่อเจอหน้ากันทุกคนก็สามารถพูดคำว่า "เฮ้ย ไม่เป็นไร เพื่อนกัน กูเข้าใจ" ได้อย่างไม่รู้สึกอะไร เราเองก็ไม่เข้าใจตรงจุดนี้เหมือนกัน แต่สังคมไทยมันก็เป็นอย่างนี้ เราคิดในอีกมุม หากรุ่นเรารักกันอย่างจริงใจ สังคมไทยคงไม่มีสีเสื้อ คงรักกันไปนานแล้วกระมัง ก็คงต้องรอว่าใครกันที่จะรักคนอื่นได้อย่างจริงใจ ทำให้คนอื่นได้โดยไม่นึกถึงตัวเอง เห็นใจผู้อื่น และจริงใจต่อกันอย่างบริสุทธิ์ใจ เราเองก็ไม่ใช่คนดีอย่างนั้นหรอก ก็แค่หวังว่าจะมีคนแบบนั้นอยู่บ้าง แต่ที่แน่นอนก็คือ รุ่นเรา ไม่มี
หากว่าวันนี้เราได้รุ่น ก็ขอให้รู้ไว้ว่า รุ่นนั้นเป็นสิ่งจำลองความเป็นจริงทางสังคม ประเทศไทยก็อยู่ได้ คนอื่นมองว่าเรารักกัน แต่ความเป็นจริง มันไม่ใช่ กัดกันอย่างกับ ...า แต่ถ้ามันไม่ได้ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ที่นี่ ที่ถาปัตย์บางมดรุ่นที่ 15 นี้ มันไม่มีจริง....
posted on 03 Aug 2009 17:19 by m2mmiracle
ออกมาได้ซักทีกับแม่สาว marit larsen อดีตสมาชิกวง M2M กับการเอาเพลง If A Song Could Get Me You มาโปรโมท อันที่จริงแล้วเพลงนี้ดังไปเมื่อปีที่แล้ว แต่ทว่าคุณเธอเพิ่งมี MV ออกมา (รอนานมากกกก) แต่ช้าอยู่ไย ไปดูกันเลยดีก่า